ทัศนคติที่สำคัญต่อการพัฒนาทีมงาน

ทัศนคติที่สำคัญต่อการพัฒนาทีมงาน

      ปัจจุบันองค์กรต้องรับมือกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งการแข่งขันทางธุรกิจ เทคโนโลยี และความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป หัวใจสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรประสบความสำเร็จ คือ ทีมงานที่แข็งแกร่งและทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจุดเริ่มต้นที่สำคัญ คือ ผู้นำและหัวหน้างานมีทัศนคติที่สนับสนุนต่อการพัฒนาทีมงานค่ะ 

     ในบทความนี้จะมาแบ่งปันว่า ทัศนคติของผู้นำส่งผลอย่างไรต่อการพัฒนาทีมงาน และทัศนคติที่สำคัญมีอะไรบ้างค่ะ
 
ทำไม “ทัศนคติของผู้นำหรือหัวหน้างาน” เป็นหัวใจของการพัฒนาทีมงาน
 
     บ่อยคร้งที่เรามักได้ยินว่าพนักงานเข้ามาทำงานในองค์กรเพราะชื่อเสียงองค์กร รายได้ สวัสดิการ ความท้าทายในงาน แต่ลาออกเพราะผู้นำหรือหัวหน้างาน หากผู้นำหรือหัวหน้างานมีทัศนคติที่ไม่เปิดกว้าง ไม่ยืดหยุ่น เชื่อว่าตนเองเก่งแต่ทีมไม่เก่ง จะทำให้ไม่รับฟังทีมงาน ทำให้ทีมงานไม่อยากเสนอไอเดีย ทำงานแค่ตามคำสั่ง ความร่วมมือน้อยเพราะไม่รู้สึกว่าเป็นเจ้าของไอเดีย (ไม่มี ownership)
 
     ในทางตรงข้าม หากผู้นำหรือหัวหน้างานมีทัศนคติที่สนับสนุนให้ทีมเติบโต จะส่งผลให้ 
 
สร้างวัฒนธรรมการทำงานเชิงบวก
     หากหัวหน้างานมีทัศนคติที่เห็นคุณค่าและศักยภาพของทีม บรรยากาศในการทำงาน คือ ทีมกล้าเสนอไอเดีย กล้าทำอะไรใหม่ๆ ไม่กลัวว่าจะถูกตัดสิน หรือตำหนิ หรือที่เรียกว่า “มีความปลอดภัยทางใจ (Psychological Safety)”
 
หัวหน้าเป็นแบบอย่างที่ดีของการทำงาน (Role Model)
     หัวหน้าเป็นตัวอย่างที่ดี เช่น กล้าทำอะไรใหม่ๆ สร้างแรงบันดาลใจให้ทีม ขยายศักยภาพทีมด้วยการคิดและทำที่ออกจากกรอบเดิมเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่แตกต่าง และจากการรวมพลังเดินหน้าไปด้วยกันของหัวหน้าและสมาชิกในทีมส่งผลให้เชื่อในศักยภาพทีม โฟกัสเป้าหมายทีม และไม่กลัวอุปสรรค
 
ประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มขึ้น
     เมื่อทีมรู้สึกว่าได้รับการสนับสนุนและมองเห็นเป้าหมายร่วมกัน ความร่วมมือในการทำงานจะสูงขึ้น ทีมจะใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่ในงานที่ตนรับผิดชอบ ความขัดแย้งจะลดลง ส่งผลให้ประสิทธิภาพในงานสูงขึ้น
 
 
ทัศนคติที่สำคัญต่อการพัฒนาทีมงาน มีอะไรบ้าง
 
     เพื่อสร้างทีมที่มีศักยภาพและพร้อมรับมือกับความท้าทาย  ผู้นำและหัวหน้างานควรมีทัศนคติดังนี้
 
ทุกคนล้วนมีศักยภาพในตนเอง
     เชื่อว่าทีมงานมีศักยภาพ มีความรู้และทักษะที่มากพอต่อการทำงาน เห็นข้อดีหรือจุดแข็งที่แตกต่างกันของทีมงาน และเมื่อผสานจุดแข็งกันจะช่วยให้ทีมไปได้ไกลขึ้น ส่งผลให้
  • เปิดใจรับฟังทีมงาน และเห็นความสำคัญของพลังทีม
  • โค้ชทีมงาน มากกว่าการสั่งการ โดยใช้คำถาม สะท้อนความคิด และให้ทีมค้นพบคำตอบด้วยตนเอง มากกว่าการสั่งให้ทำเพียงอย่างเดียว ซึ่งจะช่วยพัฒนา “Ownership” ของทีม
 
ทุกคนสามารถเรียนรู้และเติบโตได้
     ทีมสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่และพัฒนาเพิ่มขึ้นได้ ผู้นำที่ดีสามารถสะท้อนทั้งจุดแข็งของทีม และจุดที่พัฒนาได้ของทีม และให้ฟีดแบคอย่างสร้างสรรค์เพื่อให้ทีมพัฒนาขึ้นได้ 
 
ทุกคนทำดีที่สุดเท่าที่สามารถทำได้
     ทุกคนทำดีที่สุดเท่าที่สามารถทำได้ (ตามความรู้ ความสามารถ และข้อมูลที่มี ณ ตอนนั้น) หากล้มเหลวหรือยังไม่ได้ตามเป้าหมายก็ไม่โทษทีมงาน พาทีมถอดบทเรียนจากสิ่งที่เกิดขึ้น ตั้งเป้าหมายและหาแนวทางใหม่ๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามเป้าหมาย และให้กำลังใจทีม


     หากผู้นำมี 3 ทัศนคติที่สำคัญนี้จะช่วยให้บรรยากาศในการทำงานของทีมเป็นไปในทางบวก ทีมพร้อมลุย พร้อมทำอะไรใหม่ๆ ไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง เห็นคุณค่าในตนเองและสนุกกับงานค่ะ ส่งผลให้งานของทีมมีประสิทธิภาพ บรรลุเป้าหมายและไปได้ไกลกว่าเดิมค่ะ

     ท่านผู้อ่านลองดูนะคะว่าบรรยากาศการทำงานของทีมตอนนี้เป็นอย่างไร หากอยากให้บรรยากาศในทีมเปลี่ยนแปลง ทัศนคติข้อใดที่หากท่านมีเพิ่มขึ้นจะช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงในทีม และจะเริ่มต้นได้อย่างไรค่ะ

     เป็นกำลังใจให้กับการพัฒนาตนเองและพัฒนาทีมงานนะคะ

     ขอให้สนุกกับการเรียนรู้และเติบโตเป็นเราในเวอร์ชั่นที่ดีขึ้นในทุกๆ วันค่ะ

     อ.ก้อย

 
 
     หลักสูตรในองค์กร (in-house training) ที่เกี่ยวข้อง หลักสูตร ทักษะการโค้ชเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

อาจารย์ เภสัชกรหญิง ธันยพร จารุไพศาล (อ.ก้อย)

โค้ชและวิทยากรด้านการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

(Performance coach and trainer)

 

E-mail: tunyaponj@gmail.com

line ID: koytunyapon

Tel: 082-415-1462 (โทรกลับเฉพาะเบอร์มือถือนะคะ)

Visitors: 134,557